Abstract:
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการเป็นสารกันเสียของสารสกัดจากเปลือกกล้วยน้ำว้าในระยะการสุกที่ 5 และ 6 โดยในการสกัดใช้วิธีการสกัดโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และตัวทำละลาย 4 ชนิด ได้แก่ 50% เอทานอล, 50% อะซิโตน, 80% เอทานอล และ 80% อะซิโตน
นำไปวิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกพบว่า สารสกัดจาก 80% อะซิโตน และ 50% อะซิโตน
ให้ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมสูงสุด เท่ากับ 19.92 ± 0.39 mg GAE/g extract และ
15.73 ± 0.10 mg GAE/g extract ตามลำดับ นำไปทดสอบฤทธิ์การยับยั้งและฆ่าเชื้อจุลินทรีย์
ก่อโรค 4 ชนิด ได้แก่ S. aureus, P. aeruginosa, E. coli และ C. albicans พบว่า สารสกัดจาก
อะซิโตนมีฤทธิ์การยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ 2 ชนิด ได้แก่ S. aureus และ P. aeruginosa ในขณะที่สารสกัดจากเอทานอลมีฤทธิ์การยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ S. aureus ได้เพียงชนิดเดียว โดยสารสกัดจาก 80% อะซิโตน แสดงประสิทธิภาพสูงสุดในการยับยั้งและฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ S. aureus มีค่า MIC เท่ากับ 12.50 mg/mL และค่า MBC เท่ากับ 16.67 ± 7.22 mg/mL ทั้งนี้สารสกัดทั้งหมดไม่แสดงฤทธิ์การยับยั้งเชื้อ E. coli และ C. albicans จากนั้นนำสารสกัดที่ได้มาพัฒนาเป็นสูตรตำรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในรูปแบบอิมัลชันที่มีความเข้มข้นของสารสกัดร้อยละ 1.25 พบว่า สูตรตำรับที่มีส่วนผสมของสารสกัดมีสีเหลือง – น้ำตาลอ่อน ตามลักษณะของสารสกัดที่ได้ และมีกลิ่นของเปลือกกล้วยในสูตรตำรับ ค่าพีเอช และค่าความหนืด มีค่าลดลงต่ำกว่าสูตรที่ไม่มีส่วนผสมของสารสกัด แต่เมื่อนำไปทดสอบความคงตัวพบว่ายังคงมีความคงตัวที่ดี ทั้งการทดสอบด้วยการปั่นเหวี่ยงและการทดสอบภายใต้สภาวะอุณหภูมิและแสง เมื่อนำไปทดสอบประสิทธิภาพการเป็นสารกันเสียตามวิธีมาตรฐาน
ISO 11930:2019 พบว่าสารสกัดจากเปลือกกล้วยน้ำว้าเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานกำหนด แต่เมื่อใช้ร่วมกับสารเอทิลเฮกซิลกลีเซอรีนซึ่งเป็นสารเพิ่มประสิทธิภาพการกันเสีย สามารถยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐานกำหนด
Description:
การค้นคว้าอิสระ (วท.ม.) -- สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง, สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 2568