Abstract:
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยฐานทรัพยากร (RBV) และประยุกต์ใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (AHP) ในการประเมินและจัดอันดับปัจจัยที่ส่งผลต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืนของธุรกิจเพื่อสุขภาพ และนำความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์หาปริมาณผลกระทบของปัจจัยย่อยต่าง ๆ โดยเก็บแบบสอบถาม AHP จากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวข้องกับธุรกิจเพื่อสุขภาพอย่างน้อย 6 ปีขึ้นไปจำนวน 25 คน ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การจัดการองค์กร (W = 0.261) เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะ วิสัยทัศน์และพันธกิจ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการดำเนินงานที่ยั่งยืน รองลงมาคือ ด้านองค์ความรู้ (W = 0.218) โดยมีทักษะมนุษย์เป็นปัจจัยย่อยที่สำคัญที่สุดสำหรับการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน ลำดับที่สามคือ สินทรัพย์ (W = 0.195) โดยเฉพาะ ทรัพยากรมนุษย์และสินทรัพย์ทางการเงิน ที่ช่วยสร้างความแตกต่างรวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน คุณค่าของแบรนด์ (W = 0.189) ผ่านภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งและคุณภาพที่รับรู้ได้ช่วยเสริมสร้างความภักดีของผู้บริโภคในระยะยาว และปัจจัยที่สำคัญน้อยที่สุดในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ คือ ความร่วมมือ (W = 0.137) ที่ครอบคลุมทั้งความสัมพันธ์กับผู้จัดหาวัตถุดิบและลูกค้าช่วยสร้างความมั่นคงของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์เหล่านี้สามารถเป็นข้อมูลเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการในการบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กรของธุรกิจเพื่อสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมความสามารถในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืนในระยะยาว