Abstract:
การวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional Analytical Study) นี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อระบุความชุกและวิเคราะห์ปัจจัยเชิงพยากรณ์ที่มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อซิฟิลิสในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) ที่เข้าถึงบริการยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีก่อนการสัมผัสเชื้อ (PrEP) ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย กลุ่มตัวอย่างคือกลุ่ม MSM จำนวน 278 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) เก็บรวบรวมข้อมูลผ่านแบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพร่วมกับผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Multiple Logistic Regression เพื่อหาค่าอัตราส่วนอุบัติการณ์ปรับค่า(Adjusted Odds Ratio: AOR)
ผลการศึกษาพบว่า ความชุกของการติดเชื้อซิฟิลิสในกลุ่มตัวอย่างสูงถึงร้อยละ 11.51 ซึ่งเป็นอุบัติการณ์ที่สูงอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มผู้ใช้ยา PrEP ผลการวิเคราะห์ด้วย Logistic Regression
เผยให้เห็นปัจจัยพยากรณ์ความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ พฤติกรรมการลดทอนการป้องกันตนเอง
(Risk Compensation) ในกลุ่มที่เพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยเนื่องจากความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของยา PrEP หรือการมีคู่นอนประจำ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงถึง 9.93 เท่า (AOR=9.93,95%CI:1.05−93.71) สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้สารเสพติดร่วมกับการมีเพศสัมพันธ์ (Chemsex) ที่เพิ่มโอกาสการติดเชื้ออย่างรุนแรงถึง 9.38 เท่า (AOR=9.38,95%CI:1.34−65.73) นอกจากนี้ยังพบความสัมพันธ์กับปัจจัยด้านความเชื่อทางศาสนา (คริสต์และอิสลาม) ในขณะที่การมีทัศนคติเชิงบวกต่อการป้องกันโรคเป็นปัจจัยปกป้องที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการลดความเสี่ยง (AOR=0.05,95%CI:0.01−0.29)
ข้อสรุปทางการวิจัยชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การใช้ยา PrEP เพียงอย่างเดียวโดยปราศจากการใช้ถุงยางอนามัยนำไปสู่อุบัติการณ์ซิฟิลิสที่เพิ่มสูงขึ้น หน่วยงานด้านสาธารณสุขจึงควรยกระดับมาตรการป้องกันแบบผสมผสาน (Combination Prevention) โดยมุ่งเน้นการปรับทัศนคติการป้องกันตนเอง การจัดการพฤติกรรมเสี่ยงในกลุ่ม Chemsex และการเพิ่มความถี่ในการตรวจคัดกรองเชิงรุกเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเป็นระบบ
Description:
วิทยานิพนธ์ (สธ.ม.) -- สาขาวิชาการจัดการสุขภาพชายแดน, สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 2568