Abstract:
ปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ส่งผลให้ปัญหาด้านสุขภาพโดยเฉพาะสุขภาพช่องปากในกลุ่มผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุชนชาติพันธุ์ซึ่งมักประสบปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานส่งผลให้ผู้สูงอายุเหล่านี้มีภาวะสุขภาพช่องปากที่ไม่เหมาะสม และกระทบต่อคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปาก การศึกษานี้จึงสนใจศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตมิติสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุชนชาติพันธุ์ในเขตอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เป็นการศึกษาเชิงปริมาณแบบภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างคือผู้สูงอายุชนชาติพันธุ์อายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 355 คน ที่อาศัยอยู่ในเขตอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามและแบบประเมิน OHIP-14 Thai ควบคู่กับการตรวจสุขภาพช่องปาก และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบความสัมพันธ์และการถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตมิติสุขภาพช่องปากที่ดีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ การไม่ดื่มแอลกอฮอล์ (OR (95% CI) = 3.82 (1.30-4.98)) การไม่เคี้ยวหมาก (OR (95% CI) = 0.25 (0.86-0.77)) การได้รับบริการทางทันตกรรมในช่วง 6 เดือน (OR (95% CI) = 0.27 (0.11-0.71)) รวมถึงการได้รับแรงสนับสนุนทางสังคมในระดับสูงจากครอบครัว (OR (95% CI) = 3.00 (1.13-11.46)) เป็นแนวทางในการวางแผนส่งเสริมสุขภาพช่องปากสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุชนชาติพันธุ์อย่างครอบคลุมและเหมาะสมกับบริบทของชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างยั่งยืนต่อไป
Description:
วิทยานิพนธ์ (สธ.ม.) -- สาขาวิชาการจัดการสุขภาพชายแดน, สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 2568