Abstract:
การศึกษาเปรียบเทียบต้นทุนโลจิสติกส์ในโซ่อุปทานของโรงงานผลิตน้าดื่มบรรจุขวดและ
โรงงานผลิตน้า แร่บรรจุขวดมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาโซ่อุปทานของโรงงานผลิตน้า ดื่มบรรจุขวดและ
โรงงานผลิตน้ าแร่บรรจุขวดและเพื่อศึกษาเปรียบเทียบต้นทุนโลจิสติกส์ในโซ่อุปทานของ
โรงงานผลิตน้า ดื่มบรรจุขวดและโรงงานผลิตน้าแร่บรรจุขวดในจังหวัดเชียงราย ทา การศึกษาโดย
สังเกตการปฏิบัติงานในทุกกระบวนการในสถานที่จริงและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้บริหารและ
พนักงานที่มีความชา นาญในเรื่องที่ผู้ศึกษามีความสนใจ ผลการศึกษา คือ โรงงานผลิตน้า ดื่มบรรจุขวด
ทา การผลิต 93,600 ขวดต่อเดือน มีต้นทุนรวม 280,706 บาทต่อเดือน มีต้นทุนเฉลี่ย 2.99 บาทต่อขวด มี
ต้นทุนโลจิสติกส์ 88,508.28 บาทต่อเดือน เป็นอัตราส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อต้นทุนรวมร้อยละ 31.53
ของต้นทุนรวม ต้นทุนกิจกรรมการบรรจุภัณฑ์เป็นต้นทุนที่มากที่สุดของโรงงานผลิตน้า ดื่มบรรจุขวด
เป็นเงิน 0.54 บาทต่อขวด รองลงมาคือต้นทุนกิจกรรมการขนส่งเป็นเงิน 0.25 บาทต่อขวด โรงงานผลิต
น้า แร่บรรจุขวด ทา การผลิต 144,000 ขวดต่อเดือน มีต้นทุนรวม 462,720 บาทต่อเดือน มีต้นทุนเฉลี่ย
3.21 บาทต่อขวด มีต้นทุนโลจิสติกส์ 69,572.27 บาทต่อเดือน เป็นอัตราส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ
ต้นทุนรวมร้อยละ 15.04 ของต้นทุนรวม ต้นทุนกิจกรรมการบรรจุภัณฑ์เป็นต้นทุนที่มากที่สุดของ
โรงงานผลิตน้า แร่บรรจุขวด เป็นเงิน 0.209 บาทต่อขวด รองลงมาคือต้นทุนกิจกรรมการขนส่งเป็นเงิน
0.191 บาทต่อขวด จากผลการวิจัยพบว่าต้นทุนต่อขวดของโรงงานผลิตน้ าดื่มบรรจุขวด สูงกว่าโรงงานผลิตน้า แร่บรรจุขวด จึงมีข้อเสนอแนะดังนี้ หากวันหนึ่งโรงงานผลิตน้า ดื่มบรรจุขวด มีความ
ต้องการผลิตที่เพิ่มขึ้นถึงระดับหนึ่งและมีความต้องการลดต้นทุนโลจิสติกส์ของโรงงานลง เครื่องจักร
จะเป็นทางเลือกที่เหมาะทางเลือกหนึ่ง ทา การจัดสรรเส้นทางการส่งสินค้าใหม่หรือการปรับเปลี่ยน
พาหนะในการขนส่งระยะสั้นใหม่ โดยการเลือกใช้รถมอเตอร์ไซค์พ่วงที่นิยมใช้ในการขนส่งสินค้า
ขนาดเล็ก มาใช้กับการขนส่งน้า ดื่มบรรจุขวดในระยะใกล้ ๆ
Description:
วิทยานิพนธ์ (บธ.ม.) -- สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน, สำนักวิชาการจัดการ. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 2557