Abstract:
วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาแบบจำลองการหดรัดตัวของมดลูกแบบมีปฏิสัมพันธ์ในการประเมินการหดรัดตัว
ของมดลูกสำหรับนักศึกษาพยาบาล ประเมินประสิทธิภาพของแบบจำลองการหดรัดตัวของมดลูกแบบมี
ปฏิสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ของนักศึกษาพยาบาลในการประเมินการหดรัด
ตัวของมดลูกในระยะคลอด
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยในชั้นเรียน (classroom research)
วิธีดำเนินการวิจัย: ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงทุกคนที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลมารดา ทารกและการผดุงครรภ์แบบ
องค์รวม 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 139 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบ
ประเมินประสิทธิภาพแบบจำลองการหดรัดตัวของมดลูก มีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น (ครอนบาคแอลฟ่า) เท่ากับ
0.89 และค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา (content validity index, CVI) เท่ากับ 1 วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปด้วยสถิติ
เชิงพรรณนาและเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยคะแนนจากแบบวัดการเรียนรู้เกี่ยวกับการหดรัดตัวของ
มดลูกในระยะคลอดก่อนและหลังใช้นวัตกรรมโดยใช้สถิติ paired sample t-test
ผลการวิจัย: ความคิดเห็นต่อคุณภาพแบบจำลองการหดรัดตัวของมดลูกแบบมีปฏิสัมพันธ์ พบว่าใน
ภาพรวมอยู่ในระดับมาก (M = 4.40, SD = 0.07) เมื่อพิจารณารายข้อพบว่าข้อที่มีค่ามากที่สุด ได้แก่ เนื้อหาใน
แบบจำลองเหมาะสมกับระดับการรับรู้ของผู้เรียน (M = 4.64, SD = 0.54) รองลงมาได้แก่ ลักษณะการโต้ตอบ
ของแบบจำลองมีความน่าสนใจ (M = 4.58, SD = 0.59) ส่วนข้อที่มีค่าน้อยที่สุด ได้แก่ คงทนต่อการใช้งาน (M =
3.72, SD = 0.73) คะแนนเฉลี่ยความรู้ทางทฤษฎีเกี่ยวกับการหดรัดตัวของมดลูกในระยะคลอดหลังการใช้
แบบจำลองการหดรัดตัวของมดลูกแบบมีปฏิสัมพันธ์สูงกว่าก่อนการใช้แบบจำลองการหดรัดตัวของมดลูกแบบมี
ปฏิสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 และคะแนนเฉลี่ยทักษะการประเมินการหดรัดตัวของมดลูก
ภายหลังการใช้แบบจำลองการหดรัดตัวของมดลูกแบบมีปฏิสัมพันธ์เท่ากับ 7.09 คะแนน (SD = 0.11)