Abstract:
โครงการวิจัยเพื่อศึกษาประสิทธิผลของการใช้การจัดการเรียนรู้แบบกรณีศึกษาต่อการคิดอย่างมีวิจารณญาณของผู้เรียนที่มีความแตกต่างในการเรียนรู้ในรายวิชาเครื่องมือทางกายภาพบำบัด 2 ในปีการศึกษา 2566 ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งที่ 1, 2 และ 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจากการตรวจสอบจำนวนข้อมูลในปัจจุบัน พบว่ามีผู้เข้าร่วมงานวิจัยที่ตอบข้อมูลครบทั้ง 3 ครั้ง จำนวน 43 คน จากผู้ลงทะเบียนเรียนทั้งหมด 57 คน
ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษากายภาพบำบัดชั้นปีที่ 2 ปีการศึกษา 2566 มีรูปแบบการเรียนรู้ที่เด่นที่สุด คือ การเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหว (kinesthetic learning) โดยเมื่อมีการแบ่งกลุ่มนักศึกษาเพื่อจัดการเรียนรู้ในแต่ละกลุ่มให้มีการกระจายตัวของรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย และดำเนินการประเมินคุณลักษณะของผู้ที่มีการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (critical thinking characteristics) พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
อย่างไรก็ตาม ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในการประเมินทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (critical thinking skills) และทักษะการทำงานเป็นทีมของผู้เข้าร่วมงานวิจัย
ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่า การนำรูปแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความถนัดของผู้เรียนมาประกอบการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาเครื่องมือทางกายภาพบำบัด 2 สามารถส่งเสริมคุณลักษณะของผู้ที่มีการคิดอย่างมีวิจารณญาณในนักศึกษาสาขากายภาพบำบัดได้