<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<title>วิทยาศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ</title>
<link href="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/209" rel="alternate"/>
<subtitle>Anti-Aging and Regenerative Science</subtitle>
<id>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/209</id>
<updated>2026-04-19T22:40:07Z</updated>
<dc:date>2026-04-19T22:40:07Z</dc:date>
<entry>
<title>การศึกษารูปแบบการคิดของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ปีการศึกษา 2564 และ 2566 ที่ส่งผลต่อรูปแบบการเรียนรู้</title>
<link href="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1682" rel="alternate"/>
<author>
<name>พัชรพรรณ ทวีศรี</name>
</author>
<id>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1682</id>
<updated>2026-04-09T08:22:52Z</updated>
<published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การศึกษารูปแบบการคิดของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ปีการศึกษา 2564 และ 2566 ที่ส่งผลต่อรูปแบบการเรียนรู้
พัชรพรรณ ทวีศรี
ภัครวรรธน์ สิทธิประภาพร
การค้นคว้าอิสระ (วท.ม.) -- สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ, สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 2567
</summary>
<dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การศึกษาฤทธิ์ของการยับยั้งเซลล์มะเร็งเยื่อบุผิวปอดมนุษย์ของรังสีก่อไอออนร่วมกับสารสกัดจากใบย่านาง</title>
<link href="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1675" rel="alternate"/>
<author>
<name>ฐิติทิพย์ ทิพยมนตรี</name>
</author>
<id>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1675</id>
<updated>2026-04-09T07:18:37Z</updated>
<published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การศึกษาฤทธิ์ของการยับยั้งเซลล์มะเร็งเยื่อบุผิวปอดมนุษย์ของรังสีก่อไอออนร่วมกับสารสกัดจากใบย่านาง
ฐิติทิพย์ ทิพยมนตรี
อาริญา สาริกะภูติ
การค้นคว้าอิสระ (วท.ม.) -- สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ, สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 2567
</summary>
<dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>ปัจจัยที่มีผลต่อการบริโภคอาหารเสริมประเภทเวย์โปรตีนในนักศึกษาวิทยาศาสตร์การกีฬา</title>
<link href="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1634" rel="alternate"/>
<author>
<name>ชลธิชา เทียมเทพ</name>
</author>
<id>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1634</id>
<updated>2026-03-16T05:00:51Z</updated>
<published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">ปัจจัยที่มีผลต่อการบริโภคอาหารเสริมประเภทเวย์โปรตีนในนักศึกษาวิทยาศาสตร์การกีฬา
ชลธิชา เทียมเทพ
วิทูร จุลรัตนาภรณ์
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจพฤติกรรมการบริโภคเวย์โปรตีน ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ และความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะประชากรศาสตร์กับพฤติกรรม&#13;
การบริโภค ในกลุ่มนักศึกษาวิทยาศาสตร์การกีฬาวัย 18–24 ปี จำนวน 185 คน ของวิทยาลัย&#13;
การกีฬาลำปาง โดยใช้การวิจัยภาคตัดขวาง เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามมาตราวัด Likert และวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา และอนุมาน ผลการศึกษาพบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่บริโภคเวย์โปรตีนวันละ 1 ครั้ง ซื้อเป็นปริมาณ 2 กิโลกรัม ทุก ๆ มากกว่า 2 เดือน ค่าใช้จ่าย 500–1,000 บาท ต่อครั้ง เพื่อสุขภาพที่ดี โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงสุดคือการส่งเสริมการตลาด รองลงมาคือ ราคาและคุณภาพสินค้า ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความถี่และปริมาณการบริโภค ในขณะที่ปัจจัยด้านราคาและการส่งเสริมการตลาดมีความสัมพันธ์เชิงลบกับพฤติกรรมการบริโภค ทั้งนี้ รายได้และชั้นปีส่งอิทธิพลต่อรูปแบบการซื้อโดยมีนัยสำคัญทางสถิติ (p &lt; 0.05) ผลการวิจัยช่วยเติมเต็มช่องว่างทางวิชาการด้านโภชนาการการกีฬาและ Anti-aging Science พร้อมนำไปสู่การออกแบบกลยุทธ์การตลาดและโครงการให้ความรู้ที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย&#13;
การวิจัยนี้จึงเป็นรากฐานสำคัญในการทำความเข้าใจพฤติกรรมของนักศึกษาผู้มีความรู้เฉพาะทางด้านสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างชาญฉลาดและปลอดภัย &#13;
อันนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนในระยะยาว
การค้นคว้าอิสระ (วท.ม.) -- สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ, สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 2568
</summary>
<dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การเปรียบเทียบประสิทธิผลของการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้ากับการฝังเข็มและติดเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหลอกในผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง</title>
<link href="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1633" rel="alternate"/>
<author>
<name>กันต์ธร ภัทรพรไพโรจน์</name>
</author>
<id>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1633</id>
<updated>2026-03-16T04:34:25Z</updated>
<published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การเปรียบเทียบประสิทธิผลของการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้ากับการฝังเข็มและติดเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหลอกในผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง
กันต์ธร ภัทรพรไพโรจน์
ภัครวรรธน์ สิทธิประภาพร
การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม แบบปกปิดทางเดียว &#13;
มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดประสิทธิผลและเปรียบเทียบประสิทธิผลของการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า (EA) กับการฝังเข็มและติดเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหลอก (Sham EA) ต่อระดับความปวด ระดับความทุพพลภาพ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังที่มีอาการตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป จำนวน 40 ราย ถูกสุ่มเข้ากลุ่มทดลอง (EA) 20 ราย และกลุ่มควบคุม (Sham EA) 20 ราย รับการรักษาสัปดาห์ละ &#13;
1 ครั้ง เป็นเวลา 5 สัปดาห์ ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 57.50 &#13;
มีอายุเฉลี่ย 44.28 ปี โดยร้อยละ 45.00 มีอาการปวดเรื้อรังระยะเริ่มต้น (3–6 เดือน) จากการวิเคราะห์ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า หลังจากได้รับการฝังเข็มครบทั้ง 5 ครั้ง กลุ่ม EA มีระดับความปวดลดลงต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p &lt; 0.001) เช่นเดียวกันในกลุ่ม Sham EA ที่มีระดับความปวดลดลง แต่ไม่พบความแตกต่างทางสถิติ (p = 0.500) และเมื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลของ EA กับ Sham EA พบว่า ค่าเฉลี่ยของระดับความปวดระหว่างกลุ่มมีความแตกต่างกันในทุกครั้งอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p &lt; 0.05) ส่วนระดับความทุพพลภาพของทั้งสองกลุ่มพบมีค่าเฉลี่ยลดลงต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p &lt; 0001) และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มพบมีความแตกต่างกันใน&#13;
ครั้งที่ 3, 4 และ 5 (p &lt; 0.05) ทั้งนี้ระดับการเปลี่ยนแปลงของอาการในภาพรวมทั้งสองกลุ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากที่เข้ารับการฝังเข็มทั้งสองกลุ่มมีความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด สรุปได้ว่า EA และ Sham EA สามารถลดระดับความปวดและระดับความทุพพลภาพได้ โดย EA สามารถลดระดับความปวดและระดับความทุพพลภาพได้มากกว่า Sham EA ดังนั้น EA จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการลดอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง และสามารถนำไปพิจารณาในการจัดการอาการปวดในผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้อย่างเหมาะสม
การค้นคว้าอิสระ (วท.ม.) -- สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ, สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 2568
</summary>
<dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
</feed>
