<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<title>วิทยานิพนธ์ (Thesis)</title>
<link href="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/242" rel="alternate"/>
<subtitle/>
<id>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/242</id>
<updated>2026-04-19T15:37:05Z</updated>
<dc:date>2026-04-19T15:37:05Z</dc:date>
<entry>
<title>การพัฒนาโมเดลโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชันโดยใช้การถ่ายโอนการเรียนรู้เพื่อจำแนกระดับความรุนแรงของสิวบนภาพใบหน้า</title>
<link href="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1631" rel="alternate"/>
<author>
<name>ธราดล ขวัญศิริ</name>
</author>
<id>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1631</id>
<updated>2026-03-06T07:46:52Z</updated>
<published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การพัฒนาโมเดลโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชันโดยใช้การถ่ายโอนการเรียนรู้เพื่อจำแนกระดับความรุนแรงของสิวบนภาพใบหน้า
ธราดล ขวัญศิริ
วุฒิชัย นาชัยเวียง
สิวเป็นภาวะความผิดปกติของผิวหนังที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งพบได้บ่อยโดยเฉพาะในวัยรุ่น และส่งผลกระทบทางจิตใจและสังคมเป็นอย่างมาก การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโมเดลจำแนกระดับความรุนแรงของสิวบนใบหน้าโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก และแสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้โมเดลดังกล่าวในรูปแบบเว็บแอปพลิเคชัน การทดสอบหลายขั้นตอนซึ่งรวมถึงการใช้เทคนิคการปรับสมดุลข้อมูล (Resampling) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของแบบจำลอง ชุดข้อมูลที่ใช้ประกอบด้วยภาพใบหน้าจำนวน 442 ภาพ แบ่งเป็นชุดฝึกสอน 354 ภาพ และชุดทดสอบ 88 ภาพ ซึ่งได้รับการประเมินระดับความรุนแรงโดยแพทย์ผิวหนังตามเกณฑ์ IGA ระดับ 0–4 โดยมีการจัดการข้อมูลเป็น ระดับความรุนแรงที่ 1-3 ผลการทดลองพบว่าเทคนิคการเพิ่มข้อมูลด้วย GANs ให้ผลลัพธ์ดี มีค่า Test Accuracy = 51.12%, Precision เฉลี่ย = 0.57, Recall = 0.50, F1-score = 0.49, และ Specificity = 0.75 แม้ประสิทธิภาพยังถูกจำกัดด้วยขนาดและความหลากหลายของชุดข้อมูล ผลลัพธ์ยังสะท้อนศักยภาพการเรียนรู้เชิงลึกในการประเมินความรุนแรงของสิวจากภาพถ่าย และมีแนวโน้มพัฒนาเพื่อการใช้งานจริงในอนาคต
วิทยานิพนธ์ (วท.ม.) -- สาขาวิชาวิทยาการวิเคราะห์ทางสุขภาพและชีวการแพทย์, สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 2568
</summary>
<dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>Effects of Bacopa monnieri extract and Its microcapsules on improving cognitive functions in a lipopolysaccharide-induced dementia In Vivo model</title>
<link href="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1258" rel="alternate"/>
<author>
<name>Sasithon Aunsorn</name>
</author>
<id>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1258</id>
<updated>2025-12-15T10:03:31Z</updated>
<published>2025-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">Effects of Bacopa monnieri extract and Its microcapsules on improving cognitive functions in a lipopolysaccharide-induced dementia In Vivo model
Sasithon Aunsorn
Sasitorn Chusri
Bacopa monnieri (BM) is a traditional medicinal herb with neuroprotective and cognitive-enhancing properties, but poor stability and bioavailability limit its practical application. In this study, the effects of BM extract and its microencapsulated formulation (BM110-180) were evaluated in a lipopolysaccharide (LPS)-induced dementia rat model. The BM extract contained high levels of key bioactive compounds, including phenolics and flavonoids, and showed potent antioxidant activity through single electron transfer (SET) and hydrogen atom transfer (HAT) mechanisms. Safety assessment in C. elegans confirmed that the extract had no toxicity or adverse effects on feeding behavior. BM110-180 was prepared through spray-drying with maltodextrin and unripe banana flour to improve stability, protect bioactive compounds, and potentially enhance bioavailability. In LPS-treated rats, both BM extract and BM110-180 improved cognitive functions, including spatial learning, memory, and exploratory behavior, while reducing behavioral disturbances associated with neuroinflammation. These findings suggest that BM extract and its microencapsulated form are effective neuroprotective interventions, with microencapsulation providing additional benefits for preserving bioactivity and enhancing therapeutic potential in dementia-related cognitive deficits.
Thesis (M.S.) -- Health and Biomedical Analytics, School of Health Science. Mae Fah Lung University, 2025
</summary>
<dc:date>2025-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การทำนายการเกิดภาวะเมแทบอลิกซินโดรมในผู้รับบริการ ณ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงด้วยการเรียนรู้ของเครื่อง</title>
<link href="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1189" rel="alternate"/>
<author>
<name>ลัดดาวัณย์ เจียมกิจวัฒนา</name>
</author>
<id>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1189</id>
<updated>2025-11-07T04:21:44Z</updated>
<published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การทำนายการเกิดภาวะเมแทบอลิกซินโดรมในผู้รับบริการ ณ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงด้วยการเรียนรู้ของเครื่อง
ลัดดาวัณย์ เจียมกิจวัฒนา
วิภพ สุทธนะ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของโมเดลการเรียนรู้ของเครื่องสำหรับการทำนายภาวะเมแทบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome; MetS) โดยไม่อาศัยการตรวจเลือด  ในกลุ่มตัวอย่างผู้รับบริการโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อายุ 18–65 ปี จำนวน 29,499 ราย 192,121 ครั้งของการเข้ารับบริการ ณ โรงพยาบาล ซึ่งครอบคลุมขอบเขตการใช้ข้อมูลประชากรศาสตร์ (อายุ เพศ อาชีพ สถานภาพสมรส) และข้อมูลสรีรวิทยาพื้นฐาน (ดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอว ความดันโลหิต) &#13;
วิธีการศึกษาเป็นการสำรวจย้อนหลังแบบตัดขวาง (retrospective cross-sectional) โดยรวบรวมข้อมูลจากระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2561 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 จากนั้นนำชุดข้อมูลทั้งหมดมาทำการแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ ชุดข้อมูลสำหรับการฝึกสอนร้อยละ 70 และชุดข้อมูลสำหรับการทดสอบร้อยละ 30 ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย ประยุกต์ใช้โมเดลการเรียนรู้ของเครื่องจำนวน 5 อัลกอริธึม ได้แก่ Artificial Neural Network (ANN), Support Vector Machine (SVM), Random Forest (RF), Logistic Regression และ Extreme Gradient Boosting (XGBoost) โดยใช้ภาษาไพทอนในการดำเนินการ โดยแต่ละโมเดลจะถูกฝึกสอน (training) โดยใช้ข้อมูลชุดฝึกสอน และทดสอบประสิทธิภาพโดยใช้ชุดข้อมูลสำหรับทดสอบ การตรวจสอบความถูกต้องของโมเดลใช้วิธี 10-fold cross-validation และทำการปรับแต่งค่า hyperparameter ของแต่ละโมเดลด้วยวิธี grid search เพื่อหาค่าที่เหมาะสมที่สุด ประเมินประสิทธิภาพของแต่ละโมเดลบนชุดข้อมูลทดสอบ โดยใช้ตัวชี้วัด ได้แก่ ค่าความถูกต้องโดยรวม (Accuracy), ความแม่นยำเชิงบวก (Precision), ความไว (Recall), ค่า F1-score, และ พื้นที่ใต้โค้งลักษณะการทำงานของตัวรับ (ROC-AUC)&#13;
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีภาวะเมแทบอลิกซินโดรมมีความแตกต่างทางสถิติในหลายตัวแปรสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่มีภาวะเมแทบอลิกซินโดรม ได้แก่ น้ำหนัก อายุ ความดันโลหิตตัวบน ความดันโลหิตตัวล่าง  เพศ และ สถานภาพการสมรส โดยโมเดล XGBoost มี recall สูงสุดที่ 0.88 สะท้อนถึงศักยภาพในการตรวจจับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะเมแทบอลิกได้ดีที่สุด โมเดล RF มี accuracy สูงสุดที่ 0.89 precision สูงสุดที่ 0.41  f1-score สูงสุดที่ 0.51 ค่า ROC-AUC  สูงสุดที่ 0.91 เท่ากับ ANN แต่มี recall ต่ำสุดที่ 0.68 ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพสมดุลในเกือบทุกตัวชี้วัดเว้นแต่การตรวจจับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะเมแทบอลิก โดยนำโมเดลกลุ่ม XGBoost จากงานวิจัยนี้ มาสร้าง web application ที่สามารถนำมาทดลองใช้คัดกรองประเมินความเสี่ยงภาวะ    เมแทบอลิกซินโดรมกับข้อมูลสุขภาพในบริบทจริง
วิทยานิพนธ์ (วท.ม.) -- สาขาวิชาวิทยาการวิเคราะห์ทางสุขภาพและชีวการแพทย์, สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 2568
</summary>
<dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>อัตราการปนเปื้อนและแผนที่จุดการปนเปื้อนของเชื้อปรสิต ติดต่อผ่านน้ำในแหล่งน้ำใช้ของชาวเขาในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่</title>
<link href="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1107" rel="alternate"/>
<author>
<name>กุลชนา วงศ์ทองเหลือ</name>
</author>
<id>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1107</id>
<updated>2025-09-11T06:52:03Z</updated>
<published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">อัตราการปนเปื้อนและแผนที่จุดการปนเปื้อนของเชื้อปรสิต ติดต่อผ่านน้ำในแหล่งน้ำใช้ของชาวเขาในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่
กุลชนา วงศ์ทองเหลือ
วุฒิชัย นาชัยเวียง
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาวิจัย: อำเภออมก๋อยเป็นอำเภอที่อยู่ทางใต้สุดของจังหวัดเชียงใหม่ มีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ประชากรส่วนใหญ่เป็นชนชาติพันธุ์เผ่ากะเหรี่ยง และจัดเป็นพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร การคมนาคมขนส่งลำบาก ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานไม่ทั่วถึง ส่งผลให้ประชากรในพื้นที่จำต้องนำน้ำธรรมชาติมาใช้อุปโภคบริโภคในรูปแบบของประปาภูเขา ซึ่งหากนำน้ำมาใช้และไม่ผ่านการบำบัดอย่างถูกวิธีจะส่งผลให้เกิดการติดเชื้อปรสิต โดยเฉพาะปรสิตติดต่อผ่านน้ำ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ทางผู้วิจัยจึงได้ทำการศึกษาอัตราการปนเปื้อนของเชื้อปรสิตที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำใช้พร้อมทั้งพยากรณ์ลักษณะของแหล่งน้ำที่มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อปรสิตและสร้างแผนที่แสดงตำแหน่งปนเปื้อนของเชื้อปรสิตในแหล่งน้ำใช้อุปโภคบริโภคของชนชาติพันธุ์อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อคืนข้อมูลกลับให้ชุมชนนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อการควบคุมป้องกันโรคปรสิตที่ติดต่อทางน้ำ&#13;
วิธีดำเนินการวิจัย: เก็บตัวอย่างน้ำทั้งหมด 58 ตัวอย่าง โดยเก็บตัวอย่างในช่วงฤดูแล้ง (เดือนพฤษภาคม 2566) 30 ตัวอย่าง และช่วงฤดูฝน (เดือนกันยายน 2566) 28 ตัวอย่าง ในตำแหน่งเดียวกัน ตัวอย่างละ 20 ลิตร ในพื้นที่ 6 ตำบลของอำเภออมก๋อย โดยแบ่งตามความหนาแน่นของครัวเรือน และตรวจลักษณะทางกายภาพและเคมีของน้ำแต่ละตัวอย่าง จากนั้นทำการกรองน้ำผ่านแผ่นเมมเบรนขนาด 1.2 ไมโครเมตร เพื่อแยกเอาตะกอน จากนั้นแยกเชื้อปรสิตจากตะกอนด้วยเทคนิคการลอยตัวและการตกตะกอน หลังจากนั้นตรวจหาเชื้อปรสิตด้วยเทคนิคการตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์ เทคนิคการตรวจดีเอ็นเอ และการตรวจวิเคราะห์หาลำดับดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันชนิดของเชื้อ แล้วจึงนำข้อมูลมาจัดทำแผนที่แสดงจุดการปนเปื้อนของเชื้อปรสิตในแหล่งน้ำ พร้อมกับวิเคราะห์ลักษณะของน้ำที่มีโอกาสปนเปื้อนกับเชื้อปรสิต&#13;
ผลการวิจัย: จากการตรวจการปนเปื้อนในแหล่งน้ำด้วยเทคนิคการตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์ พบปรสิตที่มีลักษณะสัณฐานวิทยาหลากหลายคล้ายคลึงกับเชื้อ Cryptosporidium spp. E. coli และ E. histolytica จึงตรวจยืนยันด้วยการตรวจดีเอ็นเอ และพบว่าแหล่งน้ำมีการปนเปื้อน E. coli (1 จุดในฤดูแล้ง 1 จุดในฤดูฝน) และ E. histolytica (2 จุดในฤดูแล้ง 2 จุดในฤดูฝน) และไม่พบการปนเปื้อนของ G. lamblia และ Cryptosporidium spp. หลังจากการตรวจวิเคราะห์ลำดับดีเอ็นเอและวิเคราะห์ลักษณะของน้ำต่อการปนเปื้อนของปรสิต พบว่าแหล่งน้ำที่มีปริมาณรวมทั้งหมดของสารที่ละลายในน้ำสูง ( 200 มิลลิกรัม/ลิตร) มีโอกาสพบการปนเปื้อนของปรสิตมากกว่าแหล่งน้ำที่มีปริมาณรวมทั้งหมดของสารที่ละลายในน้ำต่ำ (1 – 99 มิลลิกรัม/ลิตร) 29.33 เท่า แหล่งน้ำที่มีปริมาณแอมโมเนียสูง ( 0.5 มิลลิกรัม/ลิตร) มีโอกาสพบการปนเปื้อนของปรสิตมากกว่าแหล่งน้ำที่มีแอมโมเนียต่ำ (0.0 – 0.5 มิลลิกรัม/ลิตร) 25.50 เท่า และแหล่งน้ำที่มีปริมาณของไนไตรท์สูง ( 0.1 มิลลิกรัม/ลิตร) มีโอกาสพบการปนเปื้อนของปรสิตมากกว่าแหล่งน้ำที่มีไนไตรท์ต่ำ (0 – 0.1 มิลลิกรัม/ลิตร) 51.00 เท่า&#13;
สรุป: แหล่งน้ำในอำเภออมก๋อยมีการปนเปื้อนของเชื้อปรสิตหลายชนิด ได้แก่ E. coli และ E. histolytica และอาจมีเชื้อปรสิตชนิดอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้ทำการตรวจวิเคราะห์ นอกจากนี้ยังพบว่าแหล่งน้ำที่มีปริมาณรวมทั้งหมดของสารที่ละลายในน้ำ ปริมาณแอมโมเนียและไนไตรท์ที่สูง มีความเสี่ยงในการพบเชื้อปรสิต จึงจำเป็นต้องบำบัดน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติทุกครั้งก่อนนำมาใช้อุปโภคและบริโภค เช่น การต้ม การกรอง การใช้สารเคมี และควรมีการจัดการระบบสุขาภิบาลที่ดี หากไม่สามารถบำบัดควรหลีกเลี่ยงแหล่งน้ำที่มีสาหร่ายสีเขียวเจริญเติบโตได้ดีเนื่องจากสาหร่ายสีเขียวมักจะเจริญได้ดีในแหล่งน้ำที่มีระดับแอมโมเนียและไนโตรเจนสูง
วิทยานิพนธ์ (วท.ม.) -- สาขาวิชาวิทยาการวิเคราะห์ทางสุขภาพและชีวการแพทย์, สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 2568
</summary>
<dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
</feed>
