<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<title>Vacana Journal of Language and Linguistics (วารสารวจนะ)</title>
<link href="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/388" rel="alternate"/>
<subtitle>School of Liberal Arts</subtitle>
<id>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/388</id>
<updated>2026-04-19T15:45:03Z</updated>
<dc:date>2026-04-19T15:45:03Z</dc:date>
<entry>
<title>Awareness and Perceptions of Vocabulary Learning Strategies among Educational Majors and Specializations</title>
<link href="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1374" rel="alternate"/>
<author>
<name>Tantikorn Pookerdpim</name>
</author>
<author>
<name>Jutamart Pookerdpim</name>
</author>
<id>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1374</id>
<updated>2025-12-23T09:31:06Z</updated>
<published>2025-12-23T00:00:00Z</published>
<summary type="text">Awareness and Perceptions of Vocabulary Learning Strategies among Educational Majors and Specializations
Tantikorn Pookerdpim; Jutamart Pookerdpim
This research explores the awareness and the perceptions towards vocabulary learning strategies (VLS) of undergraduates from the Faculty of Education in a Thai university. All 300 participating students from 12 academic majors completed a questionnaire featuring Likert-scale items based on Schmitt’s (1997) taxonomy of VLS, covering cognitive, memory, and metacognitive strategies, alongside open-ended questions. The participants demonstrated favorable overall perceptions of VLS (M = 3.88) and a moderate to high level of awareness (M = 3.65). An independent samples t-test revealed that language majors reported significantly greater awareness than non-language majors (p &lt; 0.01), while perceptions remained consistent across both groups. Students' qualitative responses complemented the findings, stating a need for more explicit teaching in addition to describing the benefits and challenges. The study's findings suggest a need to incorporate explicit VLS instruction not only in language courses but also within content-focused subjects across the curriculum. This approach may help foster greater learner autonomy and address the observed gap between students' positive perceptions and their practical application of these crucial skills.
บทความ (Article)
</summary>
<dc:date>2025-12-23T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>ย่านดัง อาหารเด็ด : กลวิธีทางภาษาที่ใช้โน้มน้าวใจ ในการรีวิวร้านอาหารย่านบรรทัดทองบนแอปพลิเคชัน TikTok</title>
<link href="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1373" rel="alternate"/>
<author>
<name>นันทกานต์ พูลเกื้อ</name>
</author>
<author>
<name>นิราภร สุกทับ</name>
</author>
<author>
<name>พิชชาอร อุดมทรัพย์ขจร</name>
</author>
<author>
<name>พรหมมินทร์ ประไพพงษ์</name>
</author>
<id>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1373</id>
<updated>2025-12-23T09:19:45Z</updated>
<published>2025-12-23T00:00:00Z</published>
<summary type="text">ย่านดัง อาหารเด็ด : กลวิธีทางภาษาที่ใช้โน้มน้าวใจ ในการรีวิวร้านอาหารย่านบรรทัดทองบนแอปพลิเคชัน TikTok
นันทกานต์ พูลเกื้อ; นิราภร สุกทับ; พิชชาอร อุดมทรัพย์ขจร; พรหมมินทร์ ประไพพงษ์
“บรรทัดทอง” เป็นย่านธุรกิจด้านอาหารแหล่งใหม่ที่ได้รับความนิยมมาจากการรีวิวบนสื่อออนไลน์ บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีทางภาษาที่ใช้โน้มน้าวใจในการรีวิวร้านอาหารย่านบรรทัดทองบนแอปพลิเคชัน TikTok ผู้วิจัยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการรีวิวร้านอาหารย่านบรรทัดทองจากช่อง TikTok ที่เป็นการรีวิวร้านอาหารภายในคลิปจำนวน 5 ร้านขึ้นไป และเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567 พิจารณาจากช่องที่มีจำนวนผู้ติดตาม 10,000 คนขึ้นไป เป็นวิดีโอที่มีจำนวนถูกใจ 10,000 ครั้งขึ้นไป และยอดการรับชม 100,000 ครั้งขึ้นไป จำนวน 15 วิดีโอ ผลการศึกษาพบว่ากลวิธีทางภาษาที่ใช้โน้มน้าวใจในการรีวิวร้านอาหารย่านบรรทัดทองผ่านช่องทาง TikTok มี 6 กลวิธี ได้แก่ การเลือกใช้คำศัพท์ การประเมินค่า การแสดงทัศนภาวะ การแนะนำ การระบุกลุ่มเป้าหมาย และการใช้คำถามเชิงวาทศิลป์ กลวิธีดังกล่าวทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูล และมีบทบาทสำคัญในการสะท้อนความคิดในการโน้มน้าวใจของผู้รีวิวที่ต้องการเปลี่ยนแปลงความคิด อารมณ์และการตัดสินใจของผู้รับชมได้อย่างชัดเจน
บทความ (Article)
</summary>
<dc:date>2025-12-23T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>ผลของการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในโรงเรียนพระปริยัติธรรมโดยใช้การจัดการเรียนการสอนเชิงรุก (Active Learning)</title>
<link href="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1372" rel="alternate"/>
<author>
<name>ปรียารัตน์ ศรีชัยวงค์</name>
</author>
<author>
<name>นงนุช ตั้งใจเจริญทรัพย์</name>
</author>
<id>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1372</id>
<updated>2025-12-23T09:07:59Z</updated>
<published>2025-12-23T00:00:00Z</published>
<summary type="text">ผลของการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในโรงเรียนพระปริยัติธรรมโดยใช้การจัดการเรียนการสอนเชิงรุก (Active Learning)
ปรียารัตน์ ศรีชัยวงค์; นงนุช ตั้งใจเจริญทรัพย์
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้แบบสื่อสาร (communicative approach) ร่วมกับการเรียนรู้เชิงรุก (active learning) ต่อการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งมักเผชิญข้อจำกัดด้านทรัพยากรการเรียนรู้และโอกาสฝึกฝนภาษาอังกฤษ กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ปีการศึกษา 2567 เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสังเกตพฤติกรรม การสัมภาษณ์เชิงลึก และแบบทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน และหลังเรียนชะลอ (pre–test post–test และ delayed post–test) โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ผลการวิจัยพบว่า การใช้ Active Learning ควบคู่กับ Communicative Approach มีส่วนสำคัญในการเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้เรียนอย่างมีนัยสำคัญ คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงขึ้นกว่าก่อนเรียนร้อยละ 30 และยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อประเมินซ้ำ ใน Delayed Post-test โดยเฉพาะทักษะการฟังและการพูดที่พัฒนาชัดเจน ขณะที่ทักษะการอ่านและการเขียนมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย นอกจากนี้ ครูผู้สอนและผู้บริหารสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อการประยุกต์ใช้แนวทางดังกล่าว แม้จะยังมีข้อท้าทายในการปรับรูปแบบการสอนให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนพระปริยัติธรรม ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การผสาน Communicative Approach เข้ากับ Active Learning มีประสิทธิภาพในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของผู้เรียน และ ควรได้รับการต่อยอดผ่านการศึกษาเพิ่มเติมในบริบทที่กว้างขึ้น เพื่อพัฒนากลยุทธ์การเรียนรู้ที่ยั่งยืนในระยะยาว
บทความ (Article)
</summary>
<dc:date>2025-12-23T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>ป้ายธุรกิจการค้าบนถนนเพชรบุรี ซอย 5 : การศึกษาตามแนวภูมิทัศน์ภาษาศาสตร์</title>
<link href="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1371" rel="alternate"/>
<author>
<name>จักร์พงษ์ สายทองติ่ง</name>
</author>
<author>
<name>สุพรรณี วงค์สิงห์แก้ว</name>
</author>
<id>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1371</id>
<updated>2025-12-23T08:58:17Z</updated>
<published>2025-12-23T00:00:00Z</published>
<summary type="text">ป้ายธุรกิจการค้าบนถนนเพชรบุรี ซอย 5 : การศึกษาตามแนวภูมิทัศน์ภาษาศาสตร์
จักร์พงษ์ สายทองติ่ง; สุพรรณี วงค์สิงห์แก้ว
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบภาษาและหน้าที่ของภาษาที่ปรากฏบนป้ายธุรกิจการค้าบนถนนเพชรบุรี ซอย 5 จำนวน 34 ป้าย โดยการสุ่มแบบเจาะจง และวิเคราะห์ข้อมูลตามแนวคิดภูมิทัศน์ภาษาศาสตร์ ผลการศึกษาพบว่ารูปแบบป้ายธุรกิจการค้าที่พบมี 3 รูปแบบ คือ ป้ายภาษาเดียว ป้ายสองภาษา และป้ายหลายภาษา โดยป้ายภาษาเดียวพบการใช้ภาษาไทยมากกว่าภาษาอังกฤษ ส่วนป้ายสองภาษานั้นพบว่า มีการใช้ภาษาไทย–ภาษาอังกฤษมากที่สุด ตามมาด้วย ภาษาอังกฤษ–ภาษาไทย ภาษาไทย–ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ–ภาษาพม่า ตามลำดับ ในส่วนของป้ายหลายภาษา พบการใช้จำนวนเท่ากันคือ ภาษาไทย–ภาษาพม่า–ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย–ภาษาอังกฤษ–ภาษาจีน และภาษาไทย–ภาษาอังกฤษ–ภาษาญี่ปุ่น ส่วนหน้าที่ของภาษาที่ปรากฏบนป้ายธุรกิจการค้าบนถนนเพชรบุรี ซอย 5 ผลการศึกษาพบว่า ภาษาบนป้าย ทำหน้าที่ 2 ประการ ได้แก่ 1) หน้าที่การให้ข้อมูลเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และ 2) หน้าที่เชิงสัญลักษณ์ ผลการวิจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นความเป็นพหุภาษาและความเป็นพหุวัฒนธรรมในย่านชุมชนถนนเพชรบุรี ซอย 5
บทความ (Article)
</summary>
<dc:date>2025-12-23T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
</feed>
