<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel rdf:about="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/391">
<title>บทความ (Article)</title>
<link>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/391</link>
<description/>
<items>
<rdf:Seq>
<rdf:li rdf:resource="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1806"/>
<rdf:li rdf:resource="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1805"/>
<rdf:li rdf:resource="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1804"/>
<rdf:li rdf:resource="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1803"/>
</rdf:Seq>
</items>
<dc:date>2026-07-25T06:53:04Z</dc:date>
</channel>
<item rdf:about="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1806">
<title>สิทธิของปัจเจกชนและสิทธิของชุมชนบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำกก และแม่น้ำสาย (รวมทั้งแม่น้ำรวก) สำหรับการเรียกร้องความยุติธรรมทางด้านสิ่งแวดล้อม: ศึกษาความเป็นไปได้ในการฟ้องร้องดำเนินคดีมลพิษข้ามพรมแดน</title>
<link>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1806</link>
<description>สิทธิของปัจเจกชนและสิทธิของชุมชนบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำกก และแม่น้ำสาย (รวมทั้งแม่น้ำรวก) สำหรับการเรียกร้องความยุติธรรมทางด้านสิ่งแวดล้อม: ศึกษาความเป็นไปได้ในการฟ้องร้องดำเนินคดีมลพิษข้ามพรมแดน
ชูเกียรติ น้อยฉิม; พรนภัส สุวลักษณ์ วอห์น
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาขอบเขตสิทธิของปัจเจกชนและชุมชนในประเทศไทยบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก ในการเรียกร้องความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้กฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ และ (2) วิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการใช้กลไกทางกฎหมายที่เหมาะสมสำหรับการฟ้องคดีมลพิษข้ามพรมแดนจากกิจกรรมของบุคคล กลุ่มบุคคล หรือภาคเอกชนในต่างประเทศที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย อันเนื่องมาจากปัญหาการปนเปื้อนโลหะหนัก เช่น สารหนู ในลุ่มน้ำดังกล่าวเมื่อปี พ.ศ. 2567 ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่&#13;
&#13;
          ผลการวิจัยพบว่า ปัญหามลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนมิได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาสิทธิมนุษยชนที่เชื่อมโยงกับสิทธิในการดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดีและสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญ ตลอดจนสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะด้านน้ำ สุขภาพ และความยุติธรรม อย่างไรก็ดี ยังมีข้อจำกัดเชิงโครงสร้างสำคัญ ได้แก่ การหลีกเลี่ยงความรับผิดของรัฐต้นน้ำ ข้อจำกัดของกลไกระหว่างประเทศและภูมิภาค และปัญหาด้านเขตอำนาจศาล การระบุจำเลย การรวบรวมพยานหลักฐาน และการบังคับคดีเมื่อจำเลยหรือทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศ ดังนั้น ผู้วิจัยเสนอว่า ควรใช้กลไกทางกฎหมายภายในประเทศเพื่อรองรับการฟ้องคดีในกรณีที่ความเสียหายเกิดขึ้นในราชอาณาจักรไทย โดยอาศัยฐานอำนาจศาลตามมาตรา 4 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ควบคู่กับการออกแบบภาระการพิสูจน์และคำขอท้ายฟ้องให้เหมาะสมกับลักษณะของคดี นอกจากนี้ ควรนำการดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) มาใช้เป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ลดต้นทุนการดำเนินคดี และเพิ่มประสิทธิภาพในการเยียวยาความเสียหายโดยรวม
บทความ (Article)
</description>
<dc:date>2026-06-30T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item rdf:about="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1805">
<title>พัฒนาการของข้อบทการปฏิเสธสิทธิประโยชน์ในความตกลงการลงทุนระหว่างประเทศ</title>
<link>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1805</link>
<description>พัฒนาการของข้อบทการปฏิเสธสิทธิประโยชน์ในความตกลงการลงทุนระหว่างประเทศ
โชติกา วิทยาวรากุล
ข้อบทการปฏิเสธสิทธิประโยชน์เป็นเครื่องมือในการจำกัดสิทธิประโยชน์ตามความตกลงการลงทุนระหว่างประเทศ ใช้เพื่อป้องกันไม่ให้นักลงทุนที่มีลักษณะตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ได้รับประโยชน์จากความตกลงการลงทุนระหว่างประเทศ แม้ว่านักลงทุนรายดังกล่าวจะเป็นนักลงทุนในความหมายของความตกลงฯ ก็ตาม ในอดีตข้อบทการปฏิเสธสิทธิประโยชน์ไม่ได้เป็นข้อบทพบได้ทั่วไปในความตกลงการลงทุนระหว่างประเทศ แต่ในระยะเวลาไม่นานมานี้ข้อบทดังกล่าวได้รับความสนใจมากขึ้นเนื่องจากเป็นข้อบทที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการกับปัญหาการที่นักลงทุนวางแผนสัญชาติเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากความตกลงการลงทุนระหว่างประเทศ บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาพัฒนาการของข้อบทการปฏิเสธสิทธิประโยชน์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จากการศึกษาว่าข้อบทการปฏิเสธสิทธิประโยชน์ในความตกลงการลงทุนระหว่างประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่กำหนดเงื่อนไขในการปฏิเสธสิทธิประโยชน์อย่างชัดเจนมากขึ้น และกำหนดเหตุที่รัฐสามารถปฏิเสธสิทธิประโยชน์ได้กว้างขวางขึ้น ข้อบทการปฏิเสธสิทธิประโยชน์มีความซับซ้อนมากขึ้นเนื่องจากถูกนำมาใช้เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์หลากหลายไม่ได้จำกัดเพียงการป้องกันไม่ให้มีการแสวงหาประโยชน์จากสนธิสัญญาโดยไม่ชอบเท่านั้น
บทความ (Article)
</description>
<dc:date>2026-06-30T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item rdf:about="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1804">
<title>การพัฒนากฎหมายและแผนปฏิบัติการเพื่อสร้างสรรค์เด็กไทย ปลอดภัยจากการคุกคาม</title>
<link>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1804</link>
<description>การพัฒนากฎหมายและแผนปฏิบัติการเพื่อสร้างสรรค์เด็กไทย ปลอดภัยจากการคุกคาม
เกวลิน ต่อปัญญาชาญ; วลัยวรรณ มธุรสปรีชากุล; สฤษฎ์เทพ สุขแก้ว
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎี หน่วยงาน และกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับ&#13;
การกลั่นแกล้งรังแก รวมถึงแนวทางและมาตรการของสหประชาชาติ สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐเกาหลี และฟิลิปปินส์ เพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนาแนวปฏิบัติของโรงเรียนไทยในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกลั่นแกล้งรังแกของนักเรียน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยจากการวิจัยเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก การประชุมกลุ่มย่อย และการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ โดยมุ่งศึกษาเฉพาะโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ผลการวิจัยพบว่า การกลั่นแกล้งรังแกในโรงเรียนเกิดได้หลายรูปแบบ ทั้งทางกาย วาจา จิตใจ และทางไซเบอร์ ประเทศไทยยังขาดมาตรการทางกฎหมายเฉพาะในการจัดการปัญหานี้ ขณะที่ต่างประเทศที่เลือกศึกษาข้างต้นมีกฎหมายและนโยบายที่ชัดเจน เช่น กฎหมายต่อต้านการกลั่นแกล้งรังแกและระบบช่วยเหลือนักเรียน คณะผู้วิจัยจึงเสนอให้ไทยมีกฎหมายเฉพาะและแนวปฏิบัติสำหรับสถานศึกษา โดยเน้นการสร้างระบบรายงานเหตุ การอบรมครูและนักเรียน การเยียวยาผู้ถูกกลั่นแกล้ง และการใช้มาตรการฟื้นฟูแทนการลงโทษ
บทความ (Article)
</description>
<dc:date>2026-06-30T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item rdf:about="http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1803">
<title>แนวทางและมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนกิจการอวกาศ: ศึกษากรณีจัดตั้งกองทุนส่งเสริมกิจการอวกาศของประเทศไทย</title>
<link>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1803</link>
<description>แนวทางและมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนกิจการอวกาศ: ศึกษากรณีจัดตั้งกองทุนส่งเสริมกิจการอวกาศของประเทศไทย
ชูเกียรติ น้อยฉิม; อรัชมน พิเชฐวรกุล; สุวิจักขณ์ จันดาพันธ์; นภวัฒน์ สืบนุสรณ์
การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางและมาตรการการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมกิจการอวกาศของประเทศไทย โดยได้วิเคราะห์แนวทางการดำเนินงานของประเทศต่าง ๆ ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มประเทศมหาอำนาจทางด้านอวกาศ กลุ่มประเทศที่มีความก้าวหน้าทางด้านอวกาศ และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาทางด้านอวกาศ ผลการศึกษาพบว่า สหรัฐอเมริกามีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีกรอบกฎหมายที่ชัดเจน กลไกการสนับสนุนทางการเงินที่หลากหลาย และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ขณะที่จีนมีการพัฒนาระบบที่ผสมผสานการควบคุมโดยรัฐและการเปิดรับภาคเอกชน โดยเน้นการพัฒนาครบวงจรในด้านการวิจัยและพัฒนา การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐาน และญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับนโยบายพื้นฐานของกองทุนยุทธศาสตร์อวกาศ โดยมุ่งเน้นกิจกรรมการขนส่ง ดาวเทียม และการสำรวจ และทั้งนี้ พบว่า ระดับการพัฒนาทางอวกาศไม่ใช่ตัวกำหนดเพียงอย่างเดียวในการมีกรอบนโยบายที่สมบูรณ์ แต่ขึ้นอยู่กับการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละประเทศ สำหรับข้อเสนอแนะต่อประเทศไทยในการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมกิจการอวกาศที่มีประสิทธิภาพนั้น เห็นควรนำแนวทางสหรัฐอเมริกาและฟิลิปปินส์ มาปรับใช้ในด้านกฎหมายและระเบียบ ส่วนแนวทางของจีนมาปรับใช้ในด้านโครงสร้างการบริหารจัดการและการระดมทุน แนวทางญี่ปุ่นมาปรับใช้ในด้านนโยบายที่ยืดหยุ่น และควรมีความชัดเจนของกรอบกฎหมายเน้นการจัดทำกรอบกฎหมายและโครงสร้างพื้นฐานที่ชัดเจน การบริหารจัดการและโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสม นอกจากนี้ ในการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมกิจการอวกาศของประเทศไทยควรเป็นการผสมผสานแนวทางที่ดีที่สุดจากประเทศต่าง ๆ ที่คำนึงถึงบริบทและศักยภาพของประเทศ โดยเริ่มต้นด้วยกรอบนโยบายและกฎหมายที่ชัดเจน มีโครงสร้างการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และการใช้งบประมาณในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมอวกาศอย่างเป็นระบบสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในระยะยาว
บทความ (Article)
</description>
<dc:date>2026-06-30T00:00:00Z</dc:date>
</item>
</rdf:RDF>
