<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
<channel>
<title>ดุษฎีนิพนธ์ (Dissertation)</title>
<link>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/280</link>
<description/>
<pubDate>Sun, 19 Apr 2026 15:36:20 GMT</pubDate>
<dc:date>2026-04-19T15:36:20Z</dc:date>
<item>
<title>การศึกษาเปรียบเทียบการประเมินความแข็งของหลอดเลือดแดงและปัจจัยเสี่ยงด้านหัวใจและหลอดเลือดระหว่างผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินและไม่เป็นโรคสะเก็ดเงินและประสิทธิผลทางคลินิกของสารสกัดกลีบเลี้ยงดอกกระเจี๊ยบแดงต่อผลของการตรวจวัดความแข็งของหลอดเลือดแดงและปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน</title>
<link>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1075</link>
<description>การศึกษาเปรียบเทียบการประเมินความแข็งของหลอดเลือดแดงและปัจจัยเสี่ยงด้านหัวใจและหลอดเลือดระหว่างผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินและไม่เป็นโรคสะเก็ดเงินและประสิทธิผลทางคลินิกของสารสกัดกลีบเลี้ยงดอกกระเจี๊ยบแดงต่อผลของการตรวจวัดความแข็งของหลอดเลือดแดงและปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน
ธัญสินี อุณหสุทธิยานนท์
เทพ เฉลิมชัย
โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่มีลักษณะทางพยาธิสภาพเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดแข็งและโรคหัวใจและหลอดเลือด งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบระดับความแข็งของหลอดเลือดแดงและปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดระหว่างผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินและผู้ที่ไม่เป็นโรคสะเก็ดเงิน&#13;
โดยใช้ดัชนีวัดความแข็งของหลอดเลือดจากหัวใจถึงข้อเท้า (CAVI)  รวมถึงประเมินประสิทธิผลทางคลินิกของสารสกัดกลีบเลี้ยงดอกกระเจี๊ยบแดง (Hibiscus sabdariffa L.) ในการลดความแข็งของหลอดเลือดแดงและปัจจัยเสี่ยงในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา&#13;
การศึกษาครั้งแรกเปรียบเทียบกลุ่มผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินจำนวน 26 รายกับกลุ่มเปรียบเทียบ โดยใช้ CAVI พบว่า ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินมีค่า CAVI สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญ (OR = 10.73, 95%CI: 3.98–28.87, p &lt; 0.05) และมีระดับน้ำตาล ไตรกลีเซอไรด์ และ LDL สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ&#13;
การศึกษาต่อเนื่องเป็นการทดลองแบบกลุ่มเดียว โดยให้ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินรับประทาน&#13;
สารสกัดกลีบเลี้ยงดอกกระเจี๊ยบแดงขนาด 3,000 มก./วัน ต่อเนื่องเป็นเวลา 12 สัปดาห์ &#13;
ผลการศึกษาพบว่าค่า CAVI ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 8.37 ± 0.70 เป็น 7.67 ± 0.70, p &lt; 0.001) พร้อมกับการลดลงของน้ำหนัก, BMI, ความดันโลหิต, ค่าชีวเคมีในเลือด และ hs-CRP ขณะที่ GFR ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในค่า HDL, AST และ HbA1C ส่วน ALT เพิ่มขึ้นเล็กน้อย&#13;
สรุปได้ว่า ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อภาวะหลอดเลือดแข็งและโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยสามารถตรวจพบได้ด้วยค่า CAVI และการใช้สารสกัดกลีบเลี้ยงดอกกระเจี๊ยบแดงอาจมีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงดังกล่าว และสามารถใช้เป็นทางเลือกเสริมในการดูแลผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินอย่างครอบคลุม
ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.) -- สาขาวิชาตจวิทยา, สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 2568
</description>
<pubDate>Fri, 01 Jan 2568 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1075</guid>
<dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
</channel>
</rss>
