<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
<channel>
<title>งานวิจัย (Research)</title>
<link>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/408</link>
<description/>
<pubDate>Sat, 25 Jul 2026 12:07:50 GMT</pubDate>
<dc:date>2026-07-25T12:07:50Z</dc:date>
<item>
<title>การผลิตสื่อนวัตกรรมการเรียนรู้การเตรียมความพร้อม และตอบโต้เหตุฉุกเฉินแบบมีปฏิสัมพันธ์ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดแบบมีวิจารณญาณ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า</title>
<link>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1839</link>
<description>การผลิตสื่อนวัตกรรมการเรียนรู้การเตรียมความพร้อม และตอบโต้เหตุฉุกเฉินแบบมีปฏิสัมพันธ์ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดแบบมีวิจารณญาณ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ปภามญชุ์ ซีประเสริฐ
งานวิจัยนี้ได้รับเงินอุดหนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
</description>
<pubDate>Tue, 01 Jan 2565 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1839</guid>
<dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>ประสิทธิผลของการใช้การจัดการเรียนรู้แบบกรณีศึกษาต่อการคิดอย่างมีวิจารณญาณของผู้เรียนที่มีความแตกต่างในการเรียนรู้ในรายวิชาเครื่องมือทางกายภาพบำบัด 2</title>
<link>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1784</link>
<description>ประสิทธิผลของการใช้การจัดการเรียนรู้แบบกรณีศึกษาต่อการคิดอย่างมีวิจารณญาณของผู้เรียนที่มีความแตกต่างในการเรียนรู้ในรายวิชาเครื่องมือทางกายภาพบำบัด 2
อรณิช วิมลรัตน์; กนกทิพย์ สว่างใจธรรม; เกศรินทร์ กันทะเนตร; สิริยาภรณ์ รุ่งกิจเลิศสกุล
โครงการวิจัยเพื่อศึกษาประสิทธิผลของการใช้การจัดการเรียนรู้แบบกรณีศึกษาต่อการคิดอย่างมีวิจารณญาณของผู้เรียนที่มีความแตกต่างในการเรียนรู้ในรายวิชาเครื่องมือทางกายภาพบำบัด 2 ในปีการศึกษา 2566 ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งที่ 1, 2 และ 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจากการตรวจสอบจำนวนข้อมูลในปัจจุบัน พบว่ามีผู้เข้าร่วมงานวิจัยที่ตอบข้อมูลครบทั้ง 3 ครั้ง จำนวน 43 คน จากผู้ลงทะเบียนเรียนทั้งหมด 57 คน&#13;
&#13;
ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษากายภาพบำบัดชั้นปีที่ 2 ปีการศึกษา 2566 มีรูปแบบการเรียนรู้ที่เด่นที่สุด คือ การเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหว (kinesthetic learning) โดยเมื่อมีการแบ่งกลุ่มนักศึกษาเพื่อจัดการเรียนรู้ในแต่ละกลุ่มให้มีการกระจายตัวของรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย และดำเนินการประเมินคุณลักษณะของผู้ที่มีการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (critical thinking characteristics) พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ&#13;
&#13;
อย่างไรก็ตาม ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในการประเมินทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (critical thinking skills) และทักษะการทำงานเป็นทีมของผู้เข้าร่วมงานวิจัย&#13;
&#13;
ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่า การนำรูปแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความถนัดของผู้เรียนมาประกอบการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาเครื่องมือทางกายภาพบำบัด 2 สามารถส่งเสริมคุณลักษณะของผู้ที่มีการคิดอย่างมีวิจารณญาณในนักศึกษาสาขากายภาพบำบัดได้
งานวิจัย (Research)
</description>
<pubDate>Thu, 01 Jan 2567 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1784</guid>
<dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>Developing academic writing skills through LMS adaptive learning paths : Full Research Report</title>
<link>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1783</link>
<description>Developing academic writing skills through LMS adaptive learning paths : Full Research Report
Atima Kaewsa-ard; Pitak Tragoolsawang
This study investigates the effectiveness of an LMS -based adaptive learning&#13;
pathway in improving academic writing skills among university students in an English&#13;
as a Foreign Language (EFL) context. The study was conducted in the Advanced&#13;
English Reading and Writing course at Mae Fah Luang University. The objectives of&#13;
the research were: (1) to examine the extent to which LMS -based adaptive learning&#13;
pathways improve students’ academic writing performance, (2) to identify behavioral&#13;
and pedagogical factors associated with writing improvement within the adaptive&#13;
learning environment, and (3) to explore students’ experiences and challenges in&#13;
engaging with the adaptive learning pathway.&#13;
The study employed a mixed-methods research design. Quantitative data were&#13;
collected from pre-test and post-test writing assessments and behavioral log data&#13;
recorded in the Learning Management System (LMS). Qualitative data were obtained&#13;
through student questionnaires and interviews to gain deeper insights into learners’&#13;
experiences. A total of 180 undergraduate students participated in the study over one&#13;
academic semester. The results indicated that students’ academic writing performance&#13;
improved significantly after participating in the adaptive learning pathway. Analysis&#13;
of behavioral data revealed that voluntary engagement in optional learning tasks was&#13;
positively associated with writing improvement. Qualitative findings further indicated&#13;
that the diagnostic placement and adaptive learning structure helped reduce students’&#13;
writing anxiety and provided a supportive learning environment that encouraged&#13;
revision and active engagement in writing activities. However, some students reported&#13;
challenges related to workload and time management when engaging with higherlevel&#13;
writing tasks. Overall, the findings suggest that LMS-based adaptive learning&#13;
pathways can effectively support academic writing development by combining&#13;
structured instructional design with opportunities for learner engagement and self -&#13;
regulated learning.
งานวิจัย (Research)
</description>
<pubDate>Wed, 01 Jan 2025 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1783</guid>
<dc:date>2025-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>โครงการพัฒนาเกมส์กระดานเพื่อการเรียนรู้และทำความเข้าใจเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable development goals : SDGs) กรณีศึกษาวิชาวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมโลก และการจัดการมหาวิทยาลัยแมฟ้าหลวง</title>
<link>http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1782</link>
<description>โครงการพัฒนาเกมส์กระดานเพื่อการเรียนรู้และทำความเข้าใจเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable development goals : SDGs) กรณีศึกษาวิชาวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมโลก และการจัดการมหาวิทยาลัยแมฟ้าหลวง
เขมชาติ เขมาวุฒานนท์; ยุทธพงษ์ ทองแพง
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ทำหน้าที่เป็นกรอบแนวคิดระดับโลกในการขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่านกระบวนการศึกษา อย่างไรก็ตาม วิธีการสอนแบบดั้งเดิมมักไม่สามารถสร้างแรงจูงใจหรือดึงดูดผู้เรียนให้เข้าใจประเด็นที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันของ SDGs ได้อย่างทั่วถึง งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาเครื่องมือการเรียนรู้โดยใช้เกมกระดาน เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้เรื่อง SDGs ในกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ผ่านการเรียนรู้แบบโต้ตอบและการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (experiential learning) โดยให้ความสำคัญต่อความสอดคล้องกับหลักสูตร การมีส่วนร่วมของผู้เรียน และการบูรณาการเนื้อหา SDGs อย่างมีความหมาย&#13;
&#13;
เกมกระดานดังกล่าวถ่ายทอดประเด็นสำคัญของ SDGs เช่น การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงานสะอาด การบริโภคและการผลิตอย่างรับผิดชอบ และคุณภาพชีวิตของชุมชน ผ่านภารกิจที่ออกแบบให้มีทั้งความร่วมมือและการแข่งขัน กิจกรรมแต่ละส่วนกระตุ้นให้ผู้เล่นวิเคราะห์ปัญหาโลกจริง ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และสะท้อนผลของการเลือกในบริบทจำลองของความยั่งยืน&#13;
&#13;
การประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญถูกนำมาใช้เพื่อรับรองความถูกต้องของเนื้อหา ความเหมาะสมทางการศึกษา และความสามารถในการเล่น คาดว่าผลการวิจัยจะชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของเกมในการเสริมสร้างความเข้าใจของผู้เรียนเกี่ยวกับหลักการความยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือ ทักษะการแก้ปัญหา และความเป็นพลเมืองโลก&#13;
&#13;
โดยสรุป งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าเกมกระดานเพื่อการเรียนรู้สามารถเปลี่ยนการศึกษาเรื่อง SDGs ให้เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สนุก มีส่วนร่วม และสะท้อนคิด ช่วยเชื่อมโยงแนวคิดเชิงทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งานวิจัย (Research)
</description>
<pubDate>Fri, 01 Jan 2568 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1782</guid>
<dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
</channel>
</rss>
