Abstract:
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาปัจจัยที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของชาป่า โดย
พิจารณาปัจจัยทางด้านภูมิศาสตร์กายภาพ อาทิ ระดับความสูงจากระดับน้า ทะเล ระยะห่างจาก
แม่น้า , ทิศทางการหันเข้าหาแสงของพื้นที่, ข้อมูลชั้นหินและความลาดชัน เป็นต้น และปัจจัย
ทางด้านสภาพภูมิอากาศ อาทิ อุณหภูมิ ปริมาณน้า ฝน และความชื้นสัมพัทธ์ เป็นต้น โดยการสร้าง
แบบจา ลองการกระจายของชาป่ าในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนด้วยแบบจา ลอง Generalized Linear
Models (GLMs), แบบจาลอง Generalized Additive Models (GAMs) และแบบจาลอง Maximum
Entropy (MAXENT) โดยมีการนาเทคนิค Resampling มาใช้ในการแก้ไขปัญหาจานวนกลุ่ม
ตัวอย่างที่มีจา นวนน้อย และการใช้ข้อมูลเสมือนของจุดที่ไม่พบชาป่า (Pseudo-Absence Points) ซึ่ง
ได้มาจากการสุ่มในวิธีที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีการศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของ
สภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ต่อการกระจายของต้นชาป่า
จากผลการศึกษาในกรณีแบบจาลอง GLMs ที่มีการนาข้อมูล Pseudo-absence มาใช้ในการ
คา นวณร่วมพบว่า ตัวแปรที่ความสาคัญได้แก่ ตัวแปรความชื้นสัมพัทธ์, Isothermality, อุณหภูมิ
เฉลี่ยในไตรมาสที่ฝนตกชุกที่สุด, ปริมาณน้า ฝนรายปี , ปริมาณน้า ฝนในเดือนที่แห้งแล้งที่สุดและ
กลุ่มของโครงสร้างทางธรณีวิทยาของชนิดหินและความลาดชัน ส่วนในการศึกษาการสร้าง
แบบจาลองการกระจายของต้นชาป่าโดยวิธี GAMs พบว่าแบบจาลอง GAMs ที่ได้จากการนาตัว
แปรที่มีนัยสาคัญทางสถิติจากแบบจา ลอง GLMs มาปรับปรุงมีค่า AUC สูงขึ้น สาหรับการสร้าง
แบบจาลองการกระจายของต้นชาป่าโดยวิธี MAXENT จะทาการวิเคราะห์องค์ประกอบ (Factors Analysis) ก่อน ซึ่งสามารถจัดกลุ่มตัวแปรได้ 7 กลุ่มปัจจัย โดยกลุ่มปัจจัยซึ่งมีค่าการมีส่วนร่วมของ
ตัวแปร (Variable Contribution) มากที่สุดเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับตัวแปรอุณหภูมิกับความสูงจาก
ระดับน้า ทะเล ประกอบไปด้วยตัวแปรความสูงจากระดับน้า ทะเล, อุณหภูมิเฉลี่ยรายปี , อุณหภูมิ
สูงสุดในเดือนที่ร้อนที่สุด, อุณหภูมิต่า สุดในเดือนที่หนาวที่สุด, อุณหภูมิเฉลี่ยในไตรมาสที่ฝนตก
ชุกที่สุด, อุณหภูมิเฉลี่ยในไตรมาสที่แห้งแล้งที่สุด, อุณหภูมิเฉลี่ยในไตรมาสที่ร้อนที่สุดและตัวแปร
อุณหภูมิเฉลี่ยในไตรมาสที่หนาวที่สุด
เมื่อเปรียบเทียบแบบจาลอง GLMs, GAMs และ MAXENT พบว่า แผนที่พยากรณ์ของ
แบบจา ลอง MAXENT ซึ่งใช้ข้อมูลจากการค้นพบต้นชาเพียงอย่างเดียว ให้ค่าที่มีความแตกต่างจาก
แผนที่พยากรณ์ของแบบจา ลอง GLMs และ GAMs ซึ่งใช้ข้อมูลจากการค้นพบชาและข้อมูลเสมือน
ของจุดที่ไม่พบต้นชา (Pseudo-Absence Points) อย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งเมื่อพิจารณาค่า AUC พบว่า
การสร้างแบบจาลอง GAMs จะให้ค่า AUC มากที่สุด รองลงมาคือการสร้างแบบจาลอง MAXENT
และ GLMs ตามลาดับในการศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อการกระจายของต้นชาป่า
โดยเปรียบเทียบระหว่างสภาพภูมิอากาศในปี ปัจจุบัน (ค.ศ. 2000) และปี อนาคต (ค.ศ. 2050) พื้นที่
การกระจายของชาป่าส่วนใหญ่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 75-90
ของพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยพื้นที่ที่คาดว่าจะมีการลดลงของการกระจายของต้นชาป่า โดยเฉลี่ย
อยู่ที่ร้อยละ 6-23 และเมื่อเปรียบเทียบกันในแต่ละแบบจา ลองพบว่าแบบจา ลอง GLMs และ GAMs
ให้ผลอย่างมีนัยสา คัญต่อการประเมินความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของชาป่า