Please use this identifier to cite or link to this item: http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1485
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorพรพรหม ต๊ะอามen_US
dc.date.accessioned2026-01-24T05:05:16Z-
dc.date.available2026-01-24T05:05:16Z-
dc.date.issued2568-
dc.identifier.urihttp://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1485-
dc.descriptionการค้นคว้าอิสระ (บธ.ม.) -- สาขาวิชาบริหารธุรกิจ, สำนักวิชาการจัดการ. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 2568en_US
dc.description.abstractการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) เพื่อศึกษาทัศนคติของผู้บริโภคในพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซียที่มีต่อชุดผ้าฝ้าย (2) เพื่อศึกษาแนวโน้มแฟชั่นของผู้บริโภคในพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซียที่มีต่อชุดผ้าฝ้าย (3) เพื่อศึกษาทัศนคติและแนวโน้มแฟชั่นที่ส่งผลต่อการเลือกซื้อชุดผ้าฝ้ายของผู้บริโภคในพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ผู้บริโภคชาวไทยในพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซีย ด่านปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลาที่มีพฤติกรรมการเลือกซื้อหรือสวมใส่ชุดผ้าฝ้ายจำนวน 385 คน โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคุณแบบขั้นตอน ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล พบว่า โดยมากเป็นเพศหญิง มีจำนวน 203 คน ( = 52.73) มีอายุระหว่าง 20-30 ปี จำนวน 176 คน ( = 45.71) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 163 คน ( = 42.34) เป็นพนักงานบริษัท จำนวน 132 คน ( = 34.29) มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท จำนวน 196 คน ( = 50.91) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภค พบว่า โดยมาก มีพฤติกรรมซื้อชุดผ้าฝ้าย ด้านความบ่อยครั้งในการซื้อชุดผ้าฝ้าย คือ ทุก 3-6 เดือน มีจำนวน 124 คน ( = 32.21) โดยสถานที่ในการซื้อ คือออนไลน์ (Facebook, Instagram, Shopee, Lazada ฯลฯ) มีจำนวน176 คน ( = 45.71) มีเหตุผลหลัก คือ ราคา มีจำนวน 234 คน ( = 60.78) คิดเป็นร้อยละ 60.78 มีค่าใช้จ่าย 501-1,000 บาท มีจำนวน 175 คน ( = 45.45) โดยบุคคลที่มีผลต่อการตัดสินใจ คือ เพื่อน มีจำนวน 208 คน ( = 54.03) ผลการวิเคราะห์ปัจจัยทัศนคติที่มีต่อชุดผ้าฝ้าย โดยภาพรวมอยู่ในระดับสูงสุด เมื่อพิจารณาจำแนกตามรายด้าน พบว่า ส่วนของความเข้าใจ และส่วนของความรู้สึก อยู่ในระดับสูงสุด ในส่วนของพฤติกรรม อยู่ในระดับสูง ผลการวิเคราะห์ปัจจัยแนวโน้มแฟชั่นที่มีต่อชุดผ้าฝ้ายโดยภาพรวมอยู่ในระดับสูงสุด เมื่อพิจารณาจำแนกตามรายด้าน พบว่า ด้านการออกแบบตามวัฒนธรรมท้องถิ่น อยู่ในระดับสูงสุด ในส่วนของด้านความนิยมของผู้อื่น และอิทธิพลจากสื่อโซเชียลอยู่ในระดับสูง ด้านผลศึกษา ปัจจัยทัศนคติด้านส่วนของพฤติกรรม เป็นตัวแปรเดียวที่มีความสัมพันธ์ต่อ การเลือกซื้อชุดผ้าฝ้ายของผู้บริโภคในพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซีย อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา อย่างมีนัยสำคัญเชิงสถิติที่ระดับ 0.05 นอกจากนี้ยังพบว่า ปัจจัยแนวโน้มแฟชั่นด้านความนิยมของผู้อื่นมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญเชิงสถิติที่ระดับ 0.05 อีกทั้งปัจจัยด้านการออกแบบตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ยังมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญเชิงสถิติที่ระดับ 0.01 ต่อการเลือกซื้อชุดผ้าฝ้ายของผู้บริโภคในพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซียเช่นเดียวกัน และปัจจัยทัศนคติด้านส่วนของพฤติกรรม และปัจจัยแนวโน้มแฟชั่นด้านการออกแบบตามวัฒนธรรมท้องถิ่น สามารถพยากรณ์การตัดสินใจเลือกซื้อ ชุดผ้าฝ้ายของผู้บริโภคในพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซีย อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลาได้en_US
dc.language.isothen_US
dc.publisherมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษาen_US
dc.subjectทัศนคติen_US
dc.subjectแนวโน้มแฟชั่นen_US
dc.subjectการตัดสินใจซื้อen_US
dc.subjectชุดผ้าฝ้ายen_US
dc.titleปัจจัยที่ส่งผลต่อทัศนคติและแนวโน้มแฟชั่นในการเลือกซื้อชุดผ้าฝ้ายของผู้บริโภคในพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลาen_US
dc.title.alternativeThe factors Influencing consumer attitudes and fashion trends in choosing cotton clothing in the Thailand-Malaysia border area, Sadao district, Songkhlaen_US
dc.typeThesisen_US
dc.contributor.advisorนาตาชา มาศวิเชียรen_US
Appears in Collections:การค้นคว้าอิสระ (Independent Study)

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
140727-Fulltext.pdfFulltext2.75 MBAdobe PDFView/Open
140727-‎Abstract.pdfAbstract2 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.