Please use this identifier to cite or link to this item:
http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1486| Title: | ปัจจัยด้านคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ส่งผลต่อความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตของคนวัยทำงานเจเนอเรชันวาย และเจเนอเรชันแซด |
| Other Titles: | The quality of work-life factors affecting work-life balance among generation Y and generation Z employees |
| Authors: | พิรญาณ์ ปรีดีพจน์ |
| metadata.dc.contributor.advisor: | ปิยธิดา เพียรลุประสิทธิ์ |
| Keywords: | คุณภาพชีวิตในการทำงาน;ความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิต;เจเนอเรชันวาย;เจเนอเรชันแซด |
| Issue Date: | 2568 |
| Publisher: | มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา |
| Abstract: | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ระดับคุณภาพชีวิตในการทำงานของคนวัยทำงาน เจเนอเรชันวาย (Generation Y) และเจเนอเรชันแซด (Generation Z) (2) ระดับความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตของคนวัยทำงานเจเนอเรชันวาย (Generation Y) และเจเนอเรชันแซด (Generation Z) และ (3) อิทธิพลของปัจจัยคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ส่งผลต่อความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตของคนวัยทำงานเจเนอเรชันวาย (Generation Y) และเจเนอเรชันแซด (Generation Z) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ พนักงานในองค์กรเอกชนในจังหวัดเชียงราย จำนวน 400 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบไม่อิงความน่าจะเป็น (Non-Probability Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ (Cronbach's Alpha Coefficient) เท่ากับ .978 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบความแตกต่าง (Independent Samples t-test) และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. คุณภาพชีวิตในการทำงานของคนวัยเจเนอเรชันวาย (Generation Y) และเจเนอเรชันแซด (Generation Z) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมิติที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือด้านความสัมพันธ์ทางสังคม รองลงมาคือ ด้านค่าตอบแทนที่ยุติธรรมและเพียงพอ 2. เจเนอเรชันวาย (Generation Y) และเจเนอเรชันแซด (Generation Z) มีคุณภาพชีวิตในการทำงานไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p > .05) 3. ความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตของคนวัยเจเนอเรชันวาย (Generation Y) และเจเนอเรชันแซด (Generation Z) โดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยมิติที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือด้าน การทำงานและด้านสติปัญญา 4. เจเนอเรชันวาย (Generation Y) และเจเนอเรชันแซด (Generation Z) มี ความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p > .05) และ 5. คุณภาพชีวิตในการทำงานมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตได้ร้อยละ 82.2 ทั้งนี้ ปัจจัยด้านคุณภาพชีวิตในการทำงานที่มีอิทธิพลเชิงบวกต่อ สมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ มี 5 ด้าน ได้แก่ ด้านความมั่นคงและความก้าวหน้าในงาน ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ด้านโครงสร้างอำนาจหน้าที่ ด้านสภาพแวดล้อมความปลอดภัยและสุขภาพ และด้านค่าตอบแทนที่ยุติธรรมและเพียงพอ ในขณะที่ด้านโอกาสในการพัฒนาความสามารถและด้านความสัมพันธ์ทางสังคมไม่ปรากฏอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรเอกชนในจังหวัดเชียงรายควรให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน ความมั่นคงในอาชีพ และการดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงานใน ทุกมิติ เพื่อเสริมสร้างความสมดุลระหว่างงานและชีวิต และเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานของบุคลากรในระยะยาว |
| Description: | การค้นคว้าอิสระ (บธ.ม.) -- สาขาวิชาบริหารธุรกิจ, สำนักวิชาการจัดการ. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 2568 |
| URI: | http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1486 |
| Appears in Collections: | การค้นคว้าอิสระ (Independent Study) |
Files in This Item:
| File | Description | Size | Format | |
|---|---|---|---|---|
| 140728-Fulltext.pdf | Fulltext | 3.93 MB | Adobe PDF | View/Open |
| 140728-Abstract.pdf | Abstract | 1.9 MB | Adobe PDF | View/Open |
Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.