Please use this identifier to cite or link to this item: http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1798
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorปภาณภณ ปภังกรภูรินท์en_US
dc.date.accessioned2026-06-29T09:51:37Z-
dc.date.available2026-06-29T09:51:37Z-
dc.date.issued2026-06-29-
dc.identifier.citationวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. ปีที่ 9, ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2569) : หน้า 16-52en_US
dc.identifier.issn2774-020X-
dc.identifier.urihttp://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1798-
dc.descriptionบทความ (Article)en_US
dc.description.abstractบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาทางกฎหมายที่ศาลปกครองเผชิญในการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครองภายใต้รัฐสมัยใหม่ ซึ่งฝ่ายปกครองมีภารกิจ อำนาจดุลพินิจ และความซับซ้อนทางเทคนิคเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยใช้แนวคิด “ความเป็นภาวะวิสัยเชิงระบบ” เป็นกรอบวิเคราะห์เพื่อชี้ว่า ความเป็นภาวะวิสัยมิใช่เพียงคุณลักษณะส่วนบุคคลของตุลาการ หากเป็นสถาปัตยกรรมของกระบวนการพิจารณาที่ทำให้การชั่งน้ำหนักข้อเท็จจริง มาตรฐานกฎหมาย และเหตุผลของฝ่ายปกครองตรวจสอบได้ สม่ำเสมอ และคาดหมายได้ ผลการศึกษาพบว่า ความเปราะบางสำคัญของความเป็นภาวะวิสัยในคดีปกครองปรากฏเด่นชัดในสามมิติ ได้แก่ (1) เส้นแบ่งที่ไม่ชัดเจนระหว่างการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายกับการเข้าไปแทนที่ดุลพินิจของฝ่ายปกครอง (2) ภาวะไม่สมมาตรด้านข้อมูลและความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะคดีที่มีความซับซ้อนเชิงเทคนิค ซึ่งจำกัดความสามารถของศาลในการทดสอบเหตุผลของฝ่ายปกครอง และ (3) แรงกดดันจากคดีนโยบายสาธารณะ ความมั่นคง และภาวะฉุกเฉิน รวมถึงปัจจัยเชิงสถาบันภายในองค์กรตุลาการ เช่น ระบบแต่งตั้ง โยกย้าย ประเมินผล และวัฒนธรรมองค์กร อันอาจทำให้มาตรฐานการตรวจสอบคลาดเคลื่อนหรือไม่เสมอต้นเสมอปลาย บทความเสนอให้ทำให้ความเป็นภาวะวิสัยเกิดขึ้นได้จริงผ่านมาตรการเชิงระบบและเชิงกระบวนการ ได้แก่ การจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญเป็น “ผู้ช่วยศาล” ผ่านทะเบียนกลางที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ การพัฒนาระบบบริหารจัดการคดีและกำหนดกรอบเวลามาตรฐานตามประเภทคดีเพื่อสนับสนุนการแสวงหาความจริงอย่างมีข้อมูล การธำรงความเป็นภาวะวิสัยในคดีความมั่นคงและสถานการณ์ฉุกเฉินโดยกำหนดเกณฑ์ความสามารถตรวจสอบได้โดยศาลแบบแยกประเด็นแทนการปฏิเสธการพิจารณาแบบเหมารวม และสร้างมาตรการวิธีพิจารณาเพื่อจัดการข้อมูลลับโดยยังคงแก่นของการพิจารณาที่เป็นธรรม และการพัฒนาองค์ความรู้เฉพาะด้านของตุลาการอย่างเชิงรุกโดยร่วมมือกับสถาบันภายนอก ทั้งนี้ โดยคงบทบาทศาลในระบบไต่สวนเชิงรุกและการใช้หลักกฎหมายปกครองทั่วไป เช่น หลักความได้สัดส่วนและหลักความคาดหวังอันชอบธรรม ควบคู่กับการอ้างอิงแนวคำพิพากษาเพื่อความสม่ำเสมอและความคาดหมายได้ อันนำไปสู่การถ่วงดุลอำนาจรัฐอย่างเที่ยงธรรมและมีประสิทธิผลตามหลักนิติรัฐในระบอบประชาธิปไตยร่วมสมัยen_US
dc.language.isothen_US
dc.publisherสํานักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงen_US
dc.subjectความเป็นภาวะวิสัยเชิงระบบen_US
dc.subjectศาลปกครองen_US
dc.subjectการตรวจสอบดุลพินิจen_US
dc.subjectหลักความได้สัดส่วนen_US
dc.subjectการบริหารจัดการคดีen_US
dc.titleศาลปกครองกับความเป็นภาวะวิสัยเชิงระบบ: พื้นฐานแนวคิด ปัญหาเชิงปฏิบัติ และหลักเกณฑ์เพื่อประสิทธิภาพและความเป็นกลางen_US
dc.title.alternativeSystemic Objectivity in Administrative Courts: Conceptual Foundations, Practical Challenges, and Rules for Efficient, Impartial Reviewen_US
dc.typeArticleen_US
Appears in Collections:บทความ (Article)

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
2026-v09-no2-p.16-52.pdfบทความ (Article)537.51 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.