Please use this identifier to cite or link to this item: http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1806
Title: สิทธิของปัจเจกชนและสิทธิของชุมชนบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำกก และแม่น้ำสาย (รวมทั้งแม่น้ำรวก) สำหรับการเรียกร้องความยุติธรรมทางด้านสิ่งแวดล้อม: ศึกษาความเป็นไปได้ในการฟ้องร้องดำเนินคดีมลพิษข้ามพรมแดน
Other Titles: Individual Rights and Community Rights in the Mekong River Basin, Kok River, and Sai River (Including the Ruak River) for Environmental Justice Claims: A Legal Feasibility Study on Transboundary Pollution Litigation
Authors: ชูเกียรติ น้อยฉิม
พรนภัส สุวลักษณ์ วอห์น
Keywords: สิทธิของปัจเจกชน;สิทธิของชุมชน;มลพิษข้ามพรมแดน;การฟ้องคดีสิ่งแวดล้อม
Issue Date: 30-Jun-2026
Publisher: สํานักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
Citation: วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. ปีที่ 9, ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2569) : หน้า 286-327
Abstract: งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาขอบเขตสิทธิของปัจเจกชนและชุมชนในประเทศไทยบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก ในการเรียกร้องความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้กฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ และ (2) วิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการใช้กลไกทางกฎหมายที่เหมาะสมสำหรับการฟ้องคดีมลพิษข้ามพรมแดนจากกิจกรรมของบุคคล กลุ่มบุคคล หรือภาคเอกชนในต่างประเทศที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย อันเนื่องมาจากปัญหาการปนเปื้อนโลหะหนัก เช่น สารหนู ในลุ่มน้ำดังกล่าวเมื่อปี พ.ศ. 2567 ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ผลการวิจัยพบว่า ปัญหามลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนมิได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาสิทธิมนุษยชนที่เชื่อมโยงกับสิทธิในการดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดีและสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญ ตลอดจนสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะด้านน้ำ สุขภาพ และความยุติธรรม อย่างไรก็ดี ยังมีข้อจำกัดเชิงโครงสร้างสำคัญ ได้แก่ การหลีกเลี่ยงความรับผิดของรัฐต้นน้ำ ข้อจำกัดของกลไกระหว่างประเทศและภูมิภาค และปัญหาด้านเขตอำนาจศาล การระบุจำเลย การรวบรวมพยานหลักฐาน และการบังคับคดีเมื่อจำเลยหรือทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศ ดังนั้น ผู้วิจัยเสนอว่า ควรใช้กลไกทางกฎหมายภายในประเทศเพื่อรองรับการฟ้องคดีในกรณีที่ความเสียหายเกิดขึ้นในราชอาณาจักรไทย โดยอาศัยฐานอำนาจศาลตามมาตรา 4 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ควบคู่กับการออกแบบภาระการพิสูจน์และคำขอท้ายฟ้องให้เหมาะสมกับลักษณะของคดี นอกจากนี้ ควรนำการดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) มาใช้เป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ลดต้นทุนการดำเนินคดี และเพิ่มประสิทธิภาพในการเยียวยาความเสียหายโดยรวม
Description: บทความ (Article)
URI: http://mfuir.mfu.ac.th:80/xmlui/handle/123456789/1806
ISSN: 2774-020X
Appears in Collections:บทความ (Article)

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
2026-v09-no2-p.286-327.pdfบทความ (Article)547.18 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.